เมื่อโคราชใกล้แค่ 90 นาที ชีวิตจะเปลี่ยนไปแค่ไหน?
ลองนึกภาพตาม คุณตื่นเช้า กินกาแฟที่บ้านในกรุงเทพฯ แล้วเดินไปขึ้นรถไฟเพื่อไปจับจ่ายซื้อของตลาดย่าเป็งที่โคราชตอนสาย ก่อนกลับมาทันกินข้าวเย็นที่บ้าน นั่นไม่ใช่เรื่องของอนาคตไกล แต่คือสิ่งที่รถไฟความเร็วสูงของไทยกำลังจะทำให้เกิดขึ้น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งครอบคลุมเส้นทางไปถึงนครราชสีมา กำลังเปลี่ยนนิยามของคำว่า ‘ไปเที่ยวต่างจังหวัด’ ไปตลอดกาล
โคราชใกล้แค่ 90 นาที หนองคายอีก 3.5 ชั่วโมง
ปัจจุบัน การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมาโดยรถไฟธรรมดาใช้เวลาเกือบ 4-5 ชั่วโมง แต่เมื่อรถไฟความเร็วสูงเปิดให้บริการ เส้นทางเดียวกันนี้จะเหลือแค่ราว 90 นาที นั่นหมายความว่าโคราช ศูนย์กลางของภาคอีสานตอนล่าง จะกลายเป็นเมือง ‘ไปเช้า-เย็นกลับ’ ที่แท้จริง ถามว่า เมื่อเทียบกับการขับรถยนต์ ซึ่งสะดวกขึ้นเยอะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะคุ้มค่าตั๋วรถไฟหรือเปล่านั้น ก็ต้องบอกเลยว่า “สบายคนละแบบ” เพราะแม้จะเดินทางใช้เวลาไม่ต่างกันมากนัก แต่การนั่งรถไฟก็คือการได้ “นั่ง” ตลอดทาง ไม่ต้องขับ ไม่ต้องแวะห้องน้ำ
ส่วนเส้นทางเต็มที่วิ่งต่อไปจนถึงหนองคาย ซึ่งเป็นประตูสู่ลาวและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง จะใช้เวลาประมาณ 3.5 ชั่วโมง ซึ่งยังถือว่าเร็วกว่าการนั่งรถทัวร์หรือขับรถมาเองอย่างชัดเจน
เมื่อการเดินทางง่ายขึ้น โอกาสก็ตามมาในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การค้า หรือแม้แต่ความบันเทิงออนไลน์ที่ผู้คนสามารถสนุกได้ระหว่างนั่งรอขบวน อย่างแทงแกม ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเกมและกีฬาออนไลน์

Day Trip โคราชจะเป็นยังไง?
ด้วยเวลาเดินทาง 90 นาที การวางแผนทริปโคราชในวันเดียวไม่ใช่เรื่องหนักอีกต่อไป เช้าไปชม อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ซึ่งเป็นปราสาทหินขอมที่ใหญ่ที่สุดในไทย เที่ยงแวะกินลาบแซ่บๆ หรือข้าวเกรียบปากหม้อสูตรดั้งเดิม บ่ายเดินช้าๆ ที่ ถนนคนเดินโคราช แล้วโดดขบวนรถกลับบ้านตอนค่ำ ทั้งหมดนี้ทำได้สบายๆ
เพื่อนบ้านเขาไปได้ไกลแค่ไหนใน 250–600 กม.?
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูว่าในประเทศที่มีรถไฟความเร็วสูงที่เป็นผู้ใหญ่แล้วอย่างญี่ปุ่น เกาหลี และจีน เขาใช้เวลาเท่าไหร่กับระยะทางใกล้เคียงกัน
ญี่ปุ่น — โตเกียวไปโอซาก้า ระยะทางประมาณ 500 กม. ผ่าน “โทไคโดชินกันเซ็น” แบบโนโซมิ ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง 20 นาที คนญี่ปุ่นไปประชุมโอซาก้าแล้วกลับมากินอาหารเย็นที่โตเกียวได้สบายๆ
เกาหลีใต้ — โซลไปปูซาน ระยะทางประมาณ 430 กม. KTX ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง 20 นาที ทำให้ปูซานซึ่งเคยเป็น ‘เมืองใต้สุด’ กลายเป็นเมืองที่คนโซลไปเดินตลาดปลาแล้วกลับได้ในวันเดียว
จีน — ระบบ HSR ของจีนถือว่าเร็วและครอบคลุมที่สุดในโลก เส้นทาง 600 กม. อย่างเซี่ยงไฮ้ไปปักกิ่ง (ประมาณ 1,318 กม.) ใช้เวลาแค่ 4 ชั่วโมง ส่วนระยะทาง 600 กม. นั้นสามารถวิ่งได้ภายใน 2 ชั่วโมงกว่าๆ บนบางเส้นทาง ทำให้เมืองรองหลายสิบแห่งกลายเป็น “ปริมณฑล” ของมหานครใหญ่ ทำให้จีนก้าวสู่การเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้อย่างไม่ผิดคาด
ถ้าไทยทำได้แบบนั้น Day Trip จะเป็นยังไง?
เส้นทางรถไฟความเร็วสูงของไทยในระยะแรก วิ่งจากกรุงเทพฯ ผ่านโคราชไปจนถึงหนองคาย รวมระยะทางประมาณ 615 กม. ถ้าทำความเร็วได้ตามมาตรฐาน 250 กม./ชม. เวลาเดินทางรวมก็จะอยู่ที่ราว 3.5 ชั่วโมงตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเทียบได้กับ ‘โตเกียวไปโอซาก้า’ ของญี่ปุ่น
หมายความว่าถ้าโครงการเสร็จสมบูรณ์ คนกรุงเทพฯ จะสามารถไปสัมผัสบรรยากาศริมโขงที่หนองคาย เห็นพระอาทิตย์ตกที่ Sala Kaew Ku แล้วนั่งรถกลับบ้านได้ในวันเดียว สิ่งที่เคยต้องจองที่พักข้ามคืน จะกลายเป็นทริปเช้า-เย็นกลับที่ทำได้ทุกสัปดาห์
รถไฟความเร็วสูงไม่ใช่แค่ ‘เร็วขึ้น’ แต่คือการเปลี่ยนวิถีชีวิต
บทเรียนจากญี่ปุ่น เกาหลี และจีน บอกเราว่ารถไฟความเร็วสูงไม่ได้แค่ลดเวลาเดินทาง แต่มันเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน เมืองที่เคยห่างไกลกลายเป็นย่านใหม่ของมหานคร ร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่นได้ลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน และคนในเมืองเล็กก็มีตัวเลือกชีวิตมากขึ้น
สำหรับไทย นี่คือโอกาสที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ทั้งสำหรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และผู้ที่มีรากเหง้าอยู่ที่อีสานแต่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เส้นทางนี้อาจเป็นสะพานที่เชื่อมโลกสองใบเข้าหากันได้จริงๆ ในที่สุด
Cr. รูปจาก https://www.thairath.co.th/news/990260

